Feeds:
Posts
Comments

คลาสวันนี้จบลงที่การ present โครงการที่พวกเราทุกคนช่วยกันสร้างขึ้นมา

อาจจะอ้อมกันไปคนละทิศคนละทาง เข้าใจไม่ตรงกัน

แต่มาจวันนี้ เราทุกคนก็ได้ไปทางเดียวกันซะที ^^

 ……………

คลาสนี้จบลงด้วยรอยยิ้ม ^_^

ความรู้สึก ความสัมพันธ์มันต่างจากวันแรกที่เราเข้ามาเรียนด้วยกันอย่างสิ้นเชิง

กิ๊ฟเริ่มรู้สึกมามันดีขึ้นตั้งแต่วันที่เราไปดูงานที่เขาหินซ้อนแล้วค่ะ

…………………

จากที่ผ่านมาทำให้พวกเราได้ค่อยๆพัฒนาตัวเองทีละน้อย

คงเป็นเพราะพวกเรามีอาจารย์ที่ดี ที่คอยเอาใจใส่มากกว่าวิชาที่เราเรียนทั่วไป

ต้องขอขอบพระคุณอาจารย์ทั้งสองท่านมากนะค่ะ

……………

ปล.ต้องขอโทษเพื่อนๆพี่ๆที่บางทีอาจจะทำตัวไม่น่ารัก อาจจะเอาแต่ใจไปบ้าง

ปล. เจอกันอีกทีตอนจัดนิทรรศการนะค่ะ

 

 

 

คลาสนี้จบลงด้วยรอยยิ้ม ความสัมพันธ์วันนี้ ต่างจากวันแรกที่เราพบกันโดยชิ้นเชิง

 

Advertisements

class 8 : final

วันนี้พวกเราได้รับเกียรติจากท่านอาจารย์ ปราณี ผู้อำนวยการกองคลัง

มาบรรยายเรื่อง การเงิน บัญชี และพัสดุ

ทำให้ทราบว่า ในการบริหารเรื่องการเงิน บัญชี และพัสดุนั้น

จะต้องมีความรอบคอบเป็นอย่างมาก และจะต้องมีความโปร่งใสในทุกกระบวนการที่ทำ

และที่สำคัญที่สุด จะต้องมีความซื่อสัตย์เป็นหัวใจสำคัญ

ควรมองเงินเป็นเพียงกระดาษใบหนึ่ง และไม่ตกแต่งบัญชีหรือปกปิดข้อเท็จจริง

 

 

แต่ในสังคมทุกวันนี้ คนส่วนใหญ่ถูกความโลภครอบงำจิตใจ

คิดเพียงแต่จะหาวิธีการโกงว่าจะทำอย่างไรให้ตนเองมีเงินทองใช้อย่างสุขสบาย

โดยไม่คำนึงถึงคุณธรรม

“ความซื่อสัตย์” คำนี้ที่ พ่อแม่ ครูอาจารย์ คนรอบข้างเราเฝ้าพร่ำสอน

คงเป็นเพียงคำพูดที่ีผ่านหู โดยไม่ได้สะกิดใจพวกเขาเลยแม้แต่น้อย

เพียงเพราะพวกเขาเชื่อว่า “เงินซื้อได้ทุกอย่าง”

(  แต่คงซื้อคุณธรรมไม่ได้ _*_ )

 

จะทำอย่่างไรให้พวกเขาเหล่านั้นคิดดีได้

ตัวเราเองคงไม่สามารถไปบอกให้พวกเขาหยุดโกงกิน

แต่สิ่งที่เราทำได้คือ เริ่มจากตัวเองและทำตัวเป็นแบบอย่างให้คนที่เขายังมีสำนึกดีอยู่

กระตุ้นในทุกเรื่องที่สามารถสอดแทรกเข้าไปได้

สักวันนึง สิ่งดีๆเหล่านั้นคงจะเติบโตในหัวใจของเขาโดยที่เขาไม่รู้ตัว

146456.gif 9865 picture by mutjalin

 

 

ในช่วงบ่ายมีการสัมมนา โดย อาจารย์เพียงจันทน์

ท่านได้มาบรรยายเรื่องบุคคลิกภาพและการทำงานของคนที่เป็นผู้นำ

นอกจากนี้อาจารย์ยังได้นำพระพุทธศาสนามาสอน

ให้เราสามารถปรับใช้ในการทำงานได้อีกด้วย

อาจารย์บอกว่าสามารถสอดคล้องกันได้อย่างดีเยี่ยม

ซึ่งพวกเรามองข้ามเรื่องนี้มานาน

ถือว่าได้เปิดมุมมองใหม่ให้กว้างขึ้นอีกค่ะ

ทุกอย่างรอบตัวเราสามารถนำมาประยุกต์กันได้หมด

อยู่ที่ว่าเราจะสร้างสรรค์มันออกมาได้ยังไง

คงต้องเริ่มที่การฝึกคิด อย่างที่อาจาร์ยชลารัตน์แนะนำให้หนูคิดเยอะๆนั่นแหละค่ะ ^^

 

ปล. วันนี้หนูได้ยินพี่คนนึงสอนเด็กว่า

“เก็บขยะด้วยซิ ไม่เห็นเหรอ เขาบอกให้รับผิดชอบขยะในมือคุณก็พอ”

ปลื้มใจมากค่ะ ที่เค้าจำกันได้

 0-230000.gif 99 picture by mutjalin                     0-230000.gif 99 picture by mutjalin

happy สุดๆไปเลยยยยยย

 

วันนี้อาจารย์ชลารัตน์ สอนพวกเรา

เรื่อง การบริหารโครงการ”การประเมิณผลโครงการ”

 

กว่าจะออกมาเป็นโครงการหนึ่งๆจะต้องมีการหล่อหลอมความคิดของคนในกลุ่ม

เพื่อให้ได้โครงการที่ดี มีเป้าหมายและวัตถุประสงค์ชัดเจน

ซึ่งเป้าหมายที่ดีนั้นต้องสามารถปรับเปลี่ยน ยืดหยุ่นได้ตามความเหมาะสม

 

 

การประเมิณผลที่สำคัญสุด คือ การประเมิณผลผลิตที่เกิดขึ้น

โดยจะเปรียบเทียบผลที่เกิดขึ้นกับเป้าหมาย หรือวัตถุประสงค์ของโครงงาน

 

 

 

Class 6 : creative thinking

วันนี้มีอาจารย์จากสถาบันการเรียนรู้มาฝึกให้เราได้คิดอย่างสร้างสรรค์

ซึ่งทำให้ได้รับความรู้ที่เป็นประโยชน์

 จากการเรียนรู้ ทำให้ทราบถึง

1.การคิดอย่างสร้างสรรค์จะต้องเป็นการคิดในเชิง positive

เป็นการคิดในสิ่งที่ดีและเป็นประโยชน์

2.การคิดอย่างสร้างสรรค์เริ่มจาก

1) การคิดริเริ่ม คือ การคิดเพื่อให้เกิดสิ่งใหม่ๆ

                    2) การคิดคล่องแคล่ว คือ การคิดในสิ่งใหม่ๆอย่างรวดเร็ว

                    3) การคิดยืดหยุ่น คือ การคิดที่ต่างออกไปภายใต้ความหมายเดียวกัน

          4) การคิดละเอียดละออ คือการพิจารณาอย่างละเอียด เป็นการมองอย่างลึกซึ้ง

 

3.หมวก 6 สี  หมวกแต่ละสีก็จะเป็นการพิจารณาในเรื่องต่างๆ

ซึ่งในการประชุม ถ้าให้แต่ละคนสวมหมวกเหล่านั้นก็จะทำให้การประชุมนั้น

สามารถหาข้อสรุปได้อย่างรวดเร็ว

 

อาจารย์ก้องกาญจน์ได้นำสือหลายๆไอเดีย

มาให้พวกเราดูเพื่อเป็นแนวทางในการทำสื่อ

ซึ่งสื่อที่อาจารย์นำมาให้ดู ล้วนแต่เป็นสื่อที่เกิดจากความคิดที่สร้างสรรค์

และสามารถทำให้เข้าใจได้ง่าย ที่สำคัญสื่อนั้นเป็นแบบ positive

ทำให้หนูคิดได้ว่า

 สื่อที่จะทำให้คนจำได้ก็ไม่จำเป็นต้องแรงเสมอไป

แต่สื่อที่เป็นเชิงบวกต่างหากที่พอเรานึกถึงหรือพบเห็นเมื่อใด

ก็จะทำให้เราแอบยิ้มอย่างมีความสุขได้ 

จากการเรียนวิชานี้ “พัฒนาความเป็นผู้นำ”

ทำให้หนูได้ความรู้

เรื่องสื่อเพิ่มเติมอีกด้วย ถือว่าเป็นประโยชน์อย่างมากค่ะ *-*

 

Class 5 : talking

วันนี้คลาสเราได้เสวนากับท่านอาจารย์ ขจรศักดิ์  พุทธานุภาพ

คลาสนี้เป็นการเรียนที่หนูชอบมากค่ะ

ท่านอาจารย์ ขจรศักดิ์ได้ให้ข้อคิดหลายๆอย่างทางสังคม

ที่เป็นประโยชน์ต่อพวกเรา เช่นในเรื่อง

 

ความซื่อสัตย์

สังคมทุกวันนี้ หาคนที่ซื่อสัตย์ได้ค่อนข้างยาก

เพราะต่างคนต่างทำเพื่อผลประโยชน์ของตัวเอง

โดยไม่คำนึงถึงคุณธรรม ถ้าหากทำบ่อยๆก็จะทำให้เกิดความเคยชิน

จนทำให้แยกถูกผิดไม่ออก ซึ่งถ้าหากต่างคนต่างโกง

แล้วต่อไปประเทศชาติของเราจะอยู่ต่อไปได้อย่างไรมันก็น่าคิดนะค่ะ

แล้ววิธีการจะบีบให้คนเหล่านั้นออกไปจากสังคม

ถ้าหาใช้วิธี “ตาต่อตา ฟันต่อฟัน” ก็จะมีแต่ “ตาบอด ฟันหัก กันทั้งคู่”

ท่านอาจารย์แนะนำให้ใช้วิธี “การรวมพลังโดยใช้แรงบีบ”

คือการให้คนดีขึ้นไปเป็นผู้นำและใช้คนรอบข้างบีบให้เขาต้องทำตาม

 ซึ่งถ้าหากเป็นวิธีนี้ จะไม่ทำให้เกิดความรุนแรงใดๆค่ะ

“ที่ใดมีความรัก ความยุติธรรม ย่อมมีความสงบสุข”

เรื่องอบายมุข

“อบายมุขอันเดียว ทำความพินาศแก่ครอบครัว”

คนที่ลุ่มหลงในอบายมุขเพียงแค่คนเดียว ทำให้ครอบครัว

และคนรอบข้างอีกหลายคนต้องเดือดร้อน

เรื่องการบริหาร

“ยืดหยัดในหลักการ ยืดหยุ่นในวิธีการ”

การที่จะทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง มีวิธีให้เราเลือกทำได้หลายวิธี

วิธี่จะทำให้งานออกมาดี ต้องเป็นวิธีที่ทุกคนทำแล้วมีความสุข ^^

และสุดท้าย

“ผู้นำคือผู้ประสานที่ดี”

 

 

 

 

รายงานการประชุม วันที่ 4 กันยายน 2550

เวลา 18.30 21.50 น. 

ประธานในการประชุม   นายรณชัย  วงศ์พระเวทย์

เลขาฯ  น.ส.มุจลินท์  ชินวิถี 

าระที่ 1  สรุปรายละเอียดและออกแบบสื่อ

แบ่งเป็น 3 เรื่อง   

1) ความพอเพียง

           – รูปภาพเคลือบพลาสติกใสรณรงค์ให้รับประทานอาหารหมดจาน

             ติดบริเวณที่เทอาหารทั้ง 3 ที่ ภายในโรงอาหาร

          – ไวนิล ในหัวข้อ เงินที่คุณใช้ ใครลำบาก หากไม่รู้จักพอ      

             พร้อมรูปภาพประกอบ  จำนวน 2 อัน ติดบริเวณ หน้ามหาวิทยาลัย

             และ หลังอาคารเรียนรวม 4          

       

2) 9 คำพ่อสอน                               

         – นิทรรศการเล็ก (คำบรรยายและรูปภาพประกอบหลายๆรูป)

           ติดบริเวณทางเดินหน้ามหาวิทยาลัย                                

        – อาจจะเป็นป๊อปอัพ หรือ ที่คั่นหนังสือ สำหรับแจกนักศึกษา                               

        – จัดหา  VTR ที่เกี่ยวข้องมาให้หน่วยงานประชาสัมพันธ์เปิด

3) การประหยัดพลังงาน  

        – ถุงผ้า สกรีน คำว่า ยืดอกพกถุง(ผ้า) สำหรับแจกนักศึกษา

          เพื่อลดการใช้ถุงพลาสติกจากร้านค้า        

       – ไวนิล สื่อเรื่องภาวะโลกร้อน และ เรื่องการกำจัดขยะ    

วาระที่ 2 สรุปเรื่องการเปิดตัวกิจกรรม

                เนื่องจากเวลาในการทำงานไม่เอื้ออำนวย

จึงไม่จัดให้มีการเปิดตัวกิจกรรม  

วาระที่ 3 แบ่งทีมในการจัดทำสื่อ

เรื่อง ความพอเพียง

         – รูปภาพเคลือบพลาสติกใสรณรงค์ให้รับประทานอาหารหมดจาน

           ( จัดทำสื่อโดย มุจลินท์ และ กิตติวัฒน์ )

         – ไวนิล ในหัวข้อ เงินที่คุณใช้ ใครลำบาก หากไม่รู้จักพอ      

          (จัดทำสื่อโดย รณชัย , ราชัน , ณัฐพงษ์) 

เรื่อง 9 คำพ่อสอน        

          – นิทรรศการเล็ก (จัดทำสื่อโดย พิสิษฐ์ และ ปริญญา)         

          – อาจจะเป็นป๊อปอัพ หรือ ที่คั่นหนังสือ (จัดทำสื่อโดย พิสิษฐ์ และ ปริญญา)

        – จัดหา  VTR ที่เกี่ยวข้องมาให้หน่วยงานประชาสัมพันธ์เปิด

          (รับผิดชอบโดย พิสิษฐ์ , หฤทัย , อนาวดี) 

เรื่อง การประหยัดพลังงาน

     – ถุงผ้า สกรีน คำว่า ยืดอกพกถุง(ผ้า)

       (จัดทำโดย พณ , ศรินพร , รณชัย , กิตติวัฒน์)

          – ไวนิล สื่อเรื่องภาวะโลกร้อน และ เรื่องการกำจัดขยะ

             (จัดทำสื่อโดย ธนพร (นุ่น) , ยุพเรศ , ศุภฤกษ์ , ศิรินทิพย์ ,

              เสถียรพงศ์ , ธนพร (กิ๊บ) )   

** นอกจากนี้จะมีโลโก้ แสดงถึงคณะที่จัดทำสื่อ ซึ่ง พิสิษฐ์

จะเป็นคนออกแบบมาเสนอเพื่อพิจารณา  

———————————————————————————————————

ตารางเวลาในการปฏิบัติงาน 

วันที่ 6 ก.ย. 2550  (เวลา 6 โมงเย็น ที่หอสมุด)

– ตรวจสอบการออกแบบของสื่อ

วันที่ 10 ก.ย. 2550    

– ติดตั้งสื่อ

วันที่ 15 ก.ย. 2550               

– ตรวจสอบแบบประเมินผล

วันที่ 18 ก.ย. 2550  (เวลา 6 โมงเย็น ที่หอสมุด)               

– ประชุมเรื่องการประเมินผล และ สื่อที่ใช้ในการนำเสนอโครงการ

วันที่ 20 ก.ย. 2550               

– แจกแบบประเมินผลแก่นักศึกษา

วันที่ 21 ก.ย. 2550                

– แจกแบบประเมินผลแก่นักศึกษาอีกครั้ง                

– ตอนเย็น สรุปการประเมินผล

วันที่ 22 ก.ย. 2550                

– สัมมนา

วันที่ 23 ก.ย. 2550 (บ่ายโมง ที่หอสมุด)               

– สรุปงาน และประชุมเรื่องการนำเสนอโครงการ

วันที่ 26 ก.ย. 2550               

– ประชุมเรื่องการนำเสนอโครงการอีกครั้ง 

คลาสนี้ไม่ได้เข้าเรียนค่ะ เพราะว่าต้องกลับบ้าน เนื่องจากไม่ได้กลับมา 3 เดือนแล้ว

เป็นคำสั่งจากเบื้องบนค่ะ -*-

ต้องขอบคุณอาจารย์ก้องกาญจน์ด้วยค่ะที่ฝากชีสนุ่นมาให้

และจากการที่ได้อ่านชีส ก็พอจะสรุปได้ว่า

EK (Explicit Knowledge) คือ ความรู้แบบชัดแจ้ง เรียนง่ายสอนง่าย ทำตามกันได้

TK (Tacit Knowledge) คือ ความรู้แบบฝังแน่น ต้องอาศัยประสบการณ์ทำบ่อยๆ

KM ( Knowledge Management)  คือการจัดการความรู้

– เป็นการรวบรวมวิธีปฎิบัติ และกระบวนการนำมาสร้าง การนำมาใช้ และเผยแผ่

– การยกระดับวามรู้เพื่อสร้างผลประโยชน์จากปัญญา

– กระบวนการนำความรู้ที่มีอยู่มาใช้ให้เกิดประโยชน์

และ KM process นั้น  จะต้องมีการจัดหา คือการสร้างและแสวงหาความรู้ และต้องมีการจัดการ

ซึ่งการมีความรู้นั้นจะต้องมีการประมวลและกลั่นกรองก่อน เพื่อจัดการความรู้ให้เป็นระบบ

เพื่อเพื่อแบ่งปันและแลกเปลี่ยนคววามรู้กับผู้อื่นได้

-*-*-*-*-*-*-